พิจารณาว่าเข้าใจเลเวอเรจก่อนลงเงิน
ตอบตรงๆ ก่อนเลย
การตรวจสอบบัญชีที่ eToro คือกระบวนการ KYC (Know Your Customer) ที่บังคับให้คุณส่งบัตรประชาชนไทยหรือพาสปอร์ต บวกหลักฐานที่อยู่ เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเริ่มเทรดหรือลงทุนจริง คุณจะเจอขั้นตอนนี้ทันทีหลังสมัคร ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเดโมหรือบัญชีจริง ใช้เวลาปกติราว 1-3 วันทำการถ้าเอกสารครบและอ่านออกชัด
- เหมาะกับ
- บัญชีทดลองและบัญชีจริงสำหรับรายย่อย
- ปลอดสวอป
- ไม่แสดงในแหล่งข้อมูล
- ไม่เหมาะกับ
- eToro อยู่ในระดับการคุ้มครองที่ไม่เดียวกับโบรกเกอร์ที่ถูกกำกับดูแลอย่างเต็มรูปแบบโดย FCA, CySEC หรือ ASIC ในทุกกลุ่มลูกค้า
- หมายเหตุเรื่องสกุลเงิน
- ใช้ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นสำหรับการเทรด
จุดที่คนไทยถามกันบ่อยไม่ใช่ "ต้องส่งอะไร" แต่คือ "ทำไมรอนาน" กับ "ทำไมถูกตีกลับ" สองเรื่องนี้ตอบได้ด้วยรายละเอียดในหน้านี้
ขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ
ขั้นตอนจริงไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่มีจุดที่คนพลาดบ่อย
- กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ตรงกับเอกสารทุกตัวอักษร รวมชื่อ-นามสกุลแบบที่พิมพ์ในพาสปอร์ต
- อัปโหลดบัตรประชาชน 13 หลัก หรือพาสปอร์ต ถ่ายให้เห็นมุมทั้ง 4 และตัวเลขชัด
- ส่งหลักฐานที่อยู่ เช่น ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภค รายการเดินบัญชีธนาคาร หรือทะเบียนบ้าน โดยปกติต้องออกไม่เกิน 3-6 เดือน
- รอระบบตรวจสอบอัตโนมัติก่อน ถ้าผ่านจะใช้เวลาไม่นาน ถ้าติดจะเข้าคิวตรวจด้วยคน
- ยืนยันอีเมลและเบอร์โทรให้เรียบร้อย ตรงนี้ลืมกันเยอะ
ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างสำหรับคนไทย
คนไทยส่วนใหญ่ใช้บัตรประชาชน 13 หลักได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีพาสปอร์ต ส่วนหลักฐานที่อยู่ใช้ใบแจ้งหนี้หรือ statement ธนาคารก็ผ่าน แต่ต้องเป็นชื่อคุณเองและมีวันที่ชัด
ตารางเอกสารและเวลาที่ใช้
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องส่ง | เวลาที่คาด |
|---|---|---|
| ยืนยันตัวตน | บัตรประชาชน 13 หลัก หรือพาสปอร์ต | ภายใน 24 ชม. |
| ยืนยันที่อยู่ | บิล/statement อายุไม่เกิน 3-6 เดือน | 1-2 วันทำการ |
| ตรวจสอบด้วยคน | เอกสารไม่ชัดหรือข้อมูลไม่ตรง | 2-3 วันทำการ |
| เปิดใช้บัญชีจริง | หลัง KYC ผ่านทั้งหมด | ทันที |
ตัวเลขนี้เป็นกรณีเอกสารครบ ถ้าต้องส่งซ้ำรอบที่สองก็บวกเพิ่มอีกหนึ่งรอบ
จุดที่คนมักตกหล่น
| + | ฟอเร็กซ์ / CFD | มีให้บริการ |
| + | หุ้นในประเทศ | มีให้บริการ |
| + | หุ้นสหรัฐ | มีให้บริการ |
| + | คริปโต | มีให้บริการ |
| + | สินค้าโภคภัณฑ์ | มีให้บริการ |
บนกระดาษดูง่าย แต่ของจริงคนตีกลับเพราะเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ อย่างแรกคือชื่อ ที่อยู่ในบัตรเป็นภาษาอังกฤษ แต่กรอกเป็นไทย หรือกลับกัน ระบบจะฟ้องไม่ตรงทันที
อีกจุดคือรูปถ่าย หลายคนถ่ายบัตรแล้วมีเงามือบัง หรือแสงสะท้อนตรงตัวเลข ระบบ OCR อ่านไม่ออกแล้วเด้งกลับ ต้องถ่ายใหม่บนพื้นเรียบ แสงธรรมชาติ ไม่มีเงา
เรื่องที่สามคือที่อยู่ ถ้าใช้ทะเบียนบ้านแต่ตัวคุณอยู่คนละจังหวัด ควรใช้ statement ธนาคารที่ส่งมาที่บ้านปัจจุบันแทน เพราะตรงกับที่กรอกตอนสมัครมากกว่า
ค่าธรรมเนียมที่ต้องรู้ก่อนฝาก
หลังผ่านการตรวจสอบ เรื่องที่คนพลาดคือค่าใช้จ่ายที่โผล่ทีหลัง ไม่ใช่ตอนสมัคร
| รายการ | อัตราที่ระบุ |
|---|---|
| ซื้อหุ้นสหรัฐฯ บางตัว | 0% คอมมิชชัน |
| CFD / Forex | คิดในสเปรด |
| ถอนเงิน | 5 USD |
| บัญชีไม่เคลื่อนไหว 12 เดือน | 10 USD/เดือน |
| แปลงสกุลเงิน | อาจมีเมื่อฝาก/ถอนที่ไม่ใช่ USD |
เทรดเดอร์หลายคนเข้าใจว่า "ไม่มีค่าคอม" แปลว่าฟรีทั้งหมด แต่พอถอนครั้งแรกเจอ 5 USD แล้วก็ตกใจ ตรงนี้ควรรู้ล่วงหน้า เงินในบัญชีเทรดเป็น USD เท่านั้น และเมื่อฝากหรือถอนเป็นบาท ระบบจะแปลงสกุลให้ ซึ่งเรตแลกเปลี่ยนจะถูกคำนวณตอนนั้น
การรู้ตัวเลขพวกนี้ก่อนฝากสำคัญกว่าการดูโบนัส เพราะโบนัสเงินสด eToro ไม่มี จากข้อจำกัดของหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง
มุมมองจากประสบการณ์จริง
สิ่งที่ประกาศบนหน้าเว็บกับสิ่งที่เจอจริงต่างกันตรงไหน ผมเห็นบ่อยคือคนอ่านว่า "เปิดบัญชี 5 นาที" แล้วรอ KYC 3 วัน เพราะคิดว่าเอกสารก็ส่งไปแล้วน่าจะผ่าน
EToro เป็นโบรกเกอร์ระหว่างประเทศ ไม่มีใบอนุญาตเฉพาะสำหรับประเทศไทย การเทรด Forex/CFD ของคนไทยทำผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศเป็นหลัก เพราะสำนักงาน ก.ล.ต. ไทยไม่มีใบอนุญาตประเภทนี้ให้กับโบรกเกอร์ offshore โดยตรง
ในทางปฏิบัติมันหมายความว่าเวลาเกิดปัญหาข้อพิพาท คุณจะอยู่ในกระบวนการของหน่วยงานต่างประเทศ ไม่ใช่ ก.ล.ต. ไทย นั่นคือเหตุผลที่ควรเช็คว่าโบรกเกอร์ถือใบอนุญาตจากหน่วยงานชั้นนำอย่าง FCA, CySEC หรือ ASIC และมีมาตรการแยกเงินลูกค้า (segregation of funds) หรือไม่
กฎการโอนเงินออกที่ควรรู้
การโอนเงินออกไปลงทุนต่างประเทศมีกฎการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ โดยนักลงทุนรายย่อยโอนเพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เองไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีปฏิทิน ถ้ายอดตั้งแต่ 200,000 USD ขึ้นไป ธนาคารต้องขอเอกสารประกอบ ซึ่งถ้าฝาก-ถอนตามปกติไม่ได้แตะเพดานนี้อยู่แล้ว
ถ้าคิดจะทำตาม ควรถามตัวเองก่อนอะไร
ก่อนจะลงรายละเอียดการสมัคร ลองถามตัวเองสามข้อนี้
- คุณเน้นซื้อหุ้นจริงระยะยาว หรือเทรด CFD สั้นๆ เพราะสองแบบนี้ค่าธรรมเนียมต่างกันคนละเรื่อง
- จำนวนเงินที่ฝากอยู่ในระดับที่คุณรับความเสี่ยงได้ไหม
- คุณเข้าใจว่ากำไรจาก Forex/CFD เข้าเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้าใช่หรือไม่
ถ้าตอบได้หมดโดยไม่ต้องเปิดกูเกิล แปลว่าคุณพร้อมสำหรับขั้นตอน KYC แล้ว
จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียด
ส่วนที่คนโวยกันมากที่สุดไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องปฏิบัติ
- บัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหว 12 เดือนโดนหัก 10 USD/เดือน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมแอบแฝง แต่หลายคนไม่รู้เลย
- การถอนแต่ละครั้งเสีย 5 USD ถ้าถอนบ่อยครั้งและยอดเล็ก ค่าธรรมเนียมจะกินกำไรไปพอควร
- การแปลงสกุลเงินมีต้นทุนแฝงจากเรตธนาคาร ไม่ใช่เรตตลาดกลาง
- การเทรดเงินต้นเป็น USD ทำให้กำไรขาดทุนของคุณขึ้นกับค่าเงินบาทด้วย ไม่ใช่แค่ราคาสินทรัพย์
สรุปให้เข้าใจง่ายคือ ต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่แค่สเปรด แต่คือค่าธรรมเนียมคงที่บวกค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลบวกความเสี่ยงค่าเงินบาท สำหรับเทรดเดอร์ที่ฝากถอนบ่อยและยอดเล็ก บัญชีแบบนี้มีต้นทุนสูงกว่าที่โฆษณาไว้มาก
ใครได้ ใครอาจต้องมองต่อ
Fits traders who ต้องการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ แบบไม่มีค่าคอมมิชชัน อยากลองคัดลอกพอร์ตของนักลงทุนคนอื่นผ่านฟีเจอร์ social/copy trading และยอมรับได้ว่าแพลตฟอร์มเป็นของ eToro เอง ไม่มี MT4/MT5 ให้ใช้ คนกลุ่มนี้จะปรับตัวได้เร็วและได้ประโยชน์จากความหลากหลายของสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ETF คริปโต และ CFD บน Forex ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์
| ใบอนุญาตที่ถือครอง | ไม่มีใบอนุญาตในประเทศไทย |
|---|---|
| สิ่งที่ครอบคลุมที่นี่ | ไม่ได้รับการควบคุมในประเทศ |
| สิ่งที่ไม่ครอบคลุม | eToro อยู่ในระดับการคุ้มครองที่ไม่เดียวกับโบรกเกอร์ที่ถูกกำกับดูแลอย่างเต็มรูปแบบโดย FCA, CySEC หรือ ASIC ในทุกกลุ่มลูกค้า เนื่องจากการคุ้มครองของ |
| ตรวจสอบได้ที่ไหน | etoro news and fees - Primary sources in the set include eToro’s Southeast Asia local-banking announcement |
Frustrates traders who เทรดความถี่สูง ต้องการสเปรดแคบมาก อยากใช้ MT4 หรือ MT5 หรือต้องการแพลตฟอร์มที่ตั้งค่าเองได้ลึก สำหรับคนกลุ่มนี้ โบรกเกอร์ที่เน้นการเทรดมากกว่าการลงทุน อาจตอบโจทย์กว่า และถ้าคุณให้ความสำคัญกับความชัดเจนของค่าใช้จ่ายแบบคงที่ต่อออเดอร์ ก็ควรเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์ที่คิดค่าคอมมิชชันต่อล็อตตรงไปตรงมา
คุ้มหรือไม่คุ้มกับเวลา
คำตอบซื่อตรงคือ ขึ้นกับว่าคุณอยากได้อะไรจากแพลตฟอร์มนี้
ถ้าคุณมองหาที่ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ระยะยาวแบบไม่มีค่าคอม แล้วยอมรับว่าเดือนไหนไม่ค่อยได้แตะก็อาจมีค่าธรรมเนียมรออยู่ ขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร ส่งเอกสารถูกก็จบในไม่กี่วัน และบัญชีเดียวใช้ได้ทั้งหุ้น คริปโต และ CFD
แต่ถ้าคุณเทรดทุกวัน ดูสเปรดเป็นเรื่องเป็นราว ต้องการ MT4/MT5 ขั้นตอน KYC ที่ต้องรอ 2-3 วันอาจทำให้รู้สึกอึดอัด และค่าธรรมเนียมคงที่ต่อการถอนก็เป็นสิ่งที่คุณต้องเอามาคิดในแผนต้นทุน
สุดท้ายแล้ว เวลาที่เสียไปกับ KYC ก็ไม่ใช่ของเสียเปล่า ถ้าโบรกเกอร์ตอบโจทย์สไตล์การเทรดจริง แต่ถ้าไม่ตอบโจทย์ ก็คุ้มที่จะมองหาที่อื่นที่ตรงกับวิธีเทรดของคุณมากกว่า
| กฎระเบียบ | ไม่ได้รับการควบคุมในประเทศ |
|---|---|
| ใบอนุญาตในประเทศ | ไม่มีใบอนุญาตในประเทศไทย |
| เลเวอเรจสูงสุด | ค่าเริ่มต้นทั่วโลก: อิงตามสินทรัพย์ |
ทีมวิจัย
การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการอัปเดตโต๊ะบรรณาธิการรับผิดชอบหน้านี้: แหล่งข้อมูลถูกระบุชื่อ ตัวเลขนำมาจากเอกสารต้นฉบับ และมีการแก้ไขทันทีที่ผู้อ่านแจ้ง
คำถาม
เอกสาร KYC ของคนไทยใช้พาสปอร์ตอย่างเดียวได้ไหม?
ได้ พาสปอร์ตใช้ยืนยันตัวตนได้เลย แต่ยังต้องมีหลักฐานที่อยู่แยกต่างหาก ไม่ว่าบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตก็ยังต้องส่งบิลหรือ statement ที่มีชื่อคุณและวันที่ไม่เกิน 3-6 เดือน
มีประเภทบัญชีใดบ้าง?
ประเภทบัญชี: บัญชีทดลองและบัญชีจริงสำหรับรายย่อย - eToro ถูกนำเสนอว่าเสนอบัญชีทดลองและการเข้าถึงการลงทุน/การเทรดจริง
มีบัญชีแบบไม่มี Swap ไหม?
ไม่แสดงในแหล่งข้อมูล

